งานหนังสือตอนเดือนมีนาที่ผ่านมา
สนพ.บลิสได้ปิดตัวลง เลยไปซื้อเล่มที่ยังไม่ได้ซื้อมาเก็บ
หนึ่งในนั้นมีหนังสือเรื่อง 'คืนฝนลวง' ซึ่งตัดสินใจอยู่นานมากว่าจะซื้อดีไหม
แต่เพราะเพื่อนที่อ่านแนวๆเดียวกันบอกว่าเล่มนี้ไม่สนุกนะ ก็เลยคิดอยู่นาน
สุดท้ายก็ตัดสินใจหยิบมาคิดเงินเพราะว่าหน้าปกที่มีร่มสีแดง
เหตุผลช่างเป็นอะไรที่ไร้สาระมาก เพราะพักนี้ตัวเองหลงรักสีแดงนั่นเอง

สารภาพว่าตอนที่เปิดอ่านหนังสือเล่มนี้เราใจตุ้มๆต่อมๆมากเพราะมีความคิิดของเพื่อน
มันกรอกหูฝังหัวตลอดว่าไม่หนุกนะ แกซื้อมาทำไม อ่านอยู่ 3 อาทิตย์ได้
เพราะช่วงนี้งานยุ่งเลยอ่านรวดเดียวจบไม่ได้ เพิ่งจะมาอ่านจบเอาวันนี้แหละ (5-5-55)
ตอนที่นั่งรอเพื่อนที่หอศิลป์ ... ตอนปิดหนังสือเล่มนี้ลงรู้สึกอยากร้องไห้มาก..

ใครอยากจะรู้เรื่องย่อลองไปหาในกูเกิ้ลน่าจะมีนะคะ
ความจริงไม่อยากสปอยล์เลย แต่ประทับใจหลายเรื่องในหนังสือ
และก็มีหลายอย่างที่ไมเข้าใจเหมือนกัน เราไม่รู้ว่าเค้าจะสื่ออะไร
เนื้อหาเป็นการเปรียบเทียบความมืดดำในจิตใจคนเราผ่านคืนที่ฝนตก
มันมีประโยคหนึ่งในหนังสือที่อ่านแล้วอ่านซ้ำอีก ชอบมาก เค้าเขียนบรรยายไว้ว่า

'เมื่อมีฝนตก คนใต้ฟ้าจะกางร่ม จะยอมเดินเปียก หรือจะยอมหยุดรอหดคอรอให้ฝนหยุด
ไม่มีใครตัดสินใจได้ว่าทางเลือกไหนจะถูกต้อง
แต่ผลลัพธ์ของการกระทำนั้นจะย้อนกลับมาในแบบที่คิดไม่ถึงและกำหนดชะตาชีวิตภายในเสี้ยววินาที'

กับข้อความที่บอกว่า

'ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราต้องเชื่อคนในครอบครัว'

.
.
 
มนุษย์เรามีความคิดที่ซับซ้อนและบางเรื่องราวก็อยากจะปิดบังเอาไว้
มันสะท้อนให้เห็นถึงความรักในครอบครัว การปกป้อง และความเข้าใจผิดต่างๆ

ตอนที่อ่านหนังสือจบลงเราได้แต่ปิดหน้ากระดาษเบาๆ
นึกย้อนอะไรบางอย่างแล้วกดโทรศัพท์หาแม่


คนที่รักเราที่สุด...แค่มองย้อนกลับไปในครอบครัวเราก็จะได้เจอ